โปรแกรมคุมสต็อกหลายสาขา เลือกอย่างไร

โปรแกรมคุมสต็อกหลายสาขาที่ดีควรเก็บสต็อกของทุกสาขาไว้ในระบบเดียวแยกตามคลัง ตัดสต็อกทันทีที่ขายหน้าร้าน โอนสินค้าระหว่างสาขาด้วยเอกสาร นับสต็อกแล้วปรับยอดได้ คิดต้นทุนและกำไรรายสาขาให้ และให้แต่ละสาขาทำงานเฉพาะคลังของตัวเอง

ปัญหาที่ร้านหลายสาขาเจอบ่อย

เมื่อแต่ละสาขาจดสต็อกแยกกัน หรือใช้โปรแกรมหน้าร้านคนละตัวกับสำนักงานใหญ่ ตัวเลขจะไม่ตรงกันเสมอ ของขาดที่สาขาหนึ่งแต่ล้นอีกสาขา สั่งซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น และไม่รู้ว่าของหายไปตอนไหน กว่าจะรู้ก็ตอนนับสต็อกสิ้นเดือน

สิ่งที่ควรมีในโปรแกรม

  1. สต็อกทุกสาขาในระบบเดียว แยกตามคลัง — สำนักงานใหญ่เห็นคงเหลือของทุกสาขาได้ทันที ไม่ต้องโทรถาม
  2. ตัดสต็อกตอนขาย — บิลหน้าร้านตัดของออกจากคลังของสาขานั้นทันที ไม่ต้องคีย์ซ้ำตอนสิ้นวัน
  3. โอนสินค้ามีเอกสาร — ทุกการย้ายของระหว่างสาขามีใบโอน ตรวจย้อนได้ว่าใครส่ง ส่งเมื่อไร
  4. นับสต็อกแล้วให้ระบบคิดผลต่าง — นับของจริง ระบบเทียบกับยอดในระบบแล้วปรับให้ พร้อมเก็บประวัติ
  5. ต้นทุนและกำไรรายสาขา — รู้ว่าสาขาไหนขายได้กำไรจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายสูง
  6. สิทธิ์ตามสาขา — พนักงานสาขารับของ นับของ และดูคงเหลือเฉพาะคลังของตัวเอง
  7. เตือนของใกล้หมด — ตั้งจุดสั่งซื้อของแต่ละสินค้า แล้วดูรายการที่ต่ำกว่าจุดนั้น

คำถามที่ควรถามก่อนเลือก

  • หน้าร้านกับสำนักงานใหญ่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจริงไหม หรือต้องส่งไฟล์เชื่อมกัน
  • โอนสินค้าแล้วเห็นของที่ส่งออกไปแต่ยังไม่ถึงปลายทางไหม
  • คิดต้นทุนแบบไหน (ถัวเฉลี่ย หรือเข้าก่อนออกก่อน) และเปลี่ยนภายหลังได้หรือเปล่า
  • สินค้ามีวันหมดอายุ ระบบช่วยตัดล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อนไหม

Magbiz Chain คุมสต็อกหลายสาขาอย่างไร

  • หน้าขายของแต่ละสาขาตัดสต็อกคลังของสาขานั้นทันทีที่ออกบิล และแสดงคงเหลือบนปุ่มสินค้า
  • คลังกลางที่สำนักงานใหญ่ โอนสินค้าไปสาขาด้วยใบโอน และใบนับสต็อกคิดผลต่างให้เอง
  • ต้นทุนถัวเฉลี่ย และรายงานกำไรขั้นต้นรายสาขา
  • หลังร้านของสาขาเห็นและทำงานเฉพาะคลังของสาขาตัวเอง สำนักงานใหญ่ดูได้ทุกคลัง
  • รายงานของใกล้หมดจากจุดสั่งซื้อที่ตั้งไว้ของแต่ละสินค้า
คำถามที่เกี่ยวข้อง

ถามบ่อยเรื่องนี้

พนักงานสาขาเห็นสต็อกของสาขาอื่นได้ไหม

หน้าขายและหลังร้านของสาขาแสดงคลังของสาขาตัวเอง ส่วนสำนักงานใหญ่ดูคงเหลือได้ทุกคลัง จึงแบ่งงานกันได้โดยไม่ต้องเปิดข้อมูลทั้งหมดให้ทุกคน

ควรนับสต็อกบ่อยแค่ไหน

สินค้าราคาสูงหรือหายง่ายควรนับถี่ เช่น ทุกสัปดาห์ ส่วนสินค้าทั่วไปนับทุกเดือนก็พอ การนับบ่อยแต่ทีละหมวดช่วยให้เจอของหายเร็วกว่ารอนับทั้งร้านปีละครั้ง

ทดลองใช้ฟรี 30 วัน

พร้อมให้ธุรกิจของคุณ
ทำงานในระบบเดียวหรือยัง

สมัครทดลองใช้ได้เองทันที หรือสอบถามราคา ปรึกษางานปรับแต่ง — เลือกช่องทางที่สะดวกได้เลย