โปรแกรมคุมสต็อกหลายสาขาที่ดีควรเก็บสต็อกของทุกสาขาไว้ในระบบเดียวแยกตามคลัง ตัดสต็อกทันทีที่ขายหน้าร้าน โอนสินค้าระหว่างสาขาด้วยเอกสาร นับสต็อกแล้วปรับยอดได้ คิดต้นทุนและกำไรรายสาขาให้ และให้แต่ละสาขาทำงานเฉพาะคลังของตัวเอง
ปัญหาที่ร้านหลายสาขาเจอบ่อย
เมื่อแต่ละสาขาจดสต็อกแยกกัน หรือใช้โปรแกรมหน้าร้านคนละตัวกับสำนักงานใหญ่ ตัวเลขจะไม่ตรงกันเสมอ ของขาดที่สาขาหนึ่งแต่ล้นอีกสาขา สั่งซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น และไม่รู้ว่าของหายไปตอนไหน กว่าจะรู้ก็ตอนนับสต็อกสิ้นเดือน
สิ่งที่ควรมีในโปรแกรม
- สต็อกทุกสาขาในระบบเดียว แยกตามคลัง — สำนักงานใหญ่เห็นคงเหลือของทุกสาขาได้ทันที ไม่ต้องโทรถาม
- ตัดสต็อกตอนขาย — บิลหน้าร้านตัดของออกจากคลังของสาขานั้นทันที ไม่ต้องคีย์ซ้ำตอนสิ้นวัน
- โอนสินค้ามีเอกสาร — ทุกการย้ายของระหว่างสาขามีใบโอน ตรวจย้อนได้ว่าใครส่ง ส่งเมื่อไร
- นับสต็อกแล้วให้ระบบคิดผลต่าง — นับของจริง ระบบเทียบกับยอดในระบบแล้วปรับให้ พร้อมเก็บประวัติ
- ต้นทุนและกำไรรายสาขา — รู้ว่าสาขาไหนขายได้กำไรจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายสูง
- สิทธิ์ตามสาขา — พนักงานสาขารับของ นับของ และดูคงเหลือเฉพาะคลังของตัวเอง
- เตือนของใกล้หมด — ตั้งจุดสั่งซื้อของแต่ละสินค้า แล้วดูรายการที่ต่ำกว่าจุดนั้น
คำถามที่ควรถามก่อนเลือก
- หน้าร้านกับสำนักงานใหญ่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจริงไหม หรือต้องส่งไฟล์เชื่อมกัน
- โอนสินค้าแล้วเห็นของที่ส่งออกไปแต่ยังไม่ถึงปลายทางไหม
- คิดต้นทุนแบบไหน (ถัวเฉลี่ย หรือเข้าก่อนออกก่อน) และเปลี่ยนภายหลังได้หรือเปล่า
- สินค้ามีวันหมดอายุ ระบบช่วยตัดล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อนไหม
Magbiz Chain คุมสต็อกหลายสาขาอย่างไร
- หน้าขายของแต่ละสาขาตัดสต็อกคลังของสาขานั้นทันทีที่ออกบิล และแสดงคงเหลือบนปุ่มสินค้า
- คลังกลางที่สำนักงานใหญ่ โอนสินค้าไปสาขาด้วยใบโอน และใบนับสต็อกคิดผลต่างให้เอง
- ต้นทุนถัวเฉลี่ย และรายงานกำไรขั้นต้นรายสาขา
- หลังร้านของสาขาเห็นและทำงานเฉพาะคลังของสาขาตัวเอง สำนักงานใหญ่ดูได้ทุกคลัง
- รายงานของใกล้หมดจากจุดสั่งซื้อที่ตั้งไว้ของแต่ละสินค้า